จิ้งจกทัก7พบนักเขียน "Silly-Bug"
posted on 11 May 2012 11:18 by o7a7k7"อีกแค่เพียง 2 ปีกว่าเห็นจะได้ หลุดโลกก็จะมีอายุครบ 20 ปีแล้ว นานมากนะนั่น!!! เชื่อมั้ยล่าวววววว
ผมกับบอร์ดหลุดโลกน่ะเหรอ ผมบังเอิญหลงเข้าไปนะ จากการตามลิงค์รูปโป๊
โธ่ ...คุณครับ ....จะเอาอะไรกับผู้ชายวัย 20 ต้นๆ ที่นั่งทำงานออฟฟิศ
ซึ่งถ้ามีเวลาว่างเข้าอินเตอร์เน็ท คุณจะไปนั่งอ่านข่าวรายวัน หรืออ่านไอ้ที่เด็กสาวคุยกันเรื่องลิปสติกยกทรงเหรอ
คุณก็คงต้องหา นม หาหีญี่ปุ่น หีฝรั่งดู มันสนอง need คุณมากกว่าเยอะเลย ใช่มั้ยล่ะ
แต่พอหลุดเข้าไปในหลุดโลกแล้ว เรื่องนมเรื่องหีนี่ ประเด็นรองไปเลย
มันเหมือนกับว่า "เห้ย กูเจอแล้วนะ สิ่งที่กูตามหา" ความรู้สึกคงคล้ายๆ อลิซ ที่หลุดเข้าไปในโพรงกระต่าย
หรือ นีโอ ตอนสวาปามยาเม็ดสีแดงของมอร์เฟียสเข้าไป
เรียบร้อยครับ...เสพติดไปเลย...ต้องเข้าทุกครั้งที่ว่าง
ติดยิ่งกว่าติดบุหรี่อีก....
มันเหมือนกับการเดินเข้าไปในห้องๆหนึ่ง แล้วพบว่าห้องๆนั้น มันเต็มไปด้วยสิ่งที่คุณไม่อาจพบเจอมันได้จากโลกข้างนอก ทั้งงานศิลปะแบบแปลกๆ ผู้คนแปลกๆ ถ้อยคำที่ใช้พูดคุยแปลกๆ อาหารแปลกๆ เครื่องประดับตกแต่งห้องแปลก สิ่งเล็กๆน้อยๆเหล่านั้น แต่งเติมให้ห้องนั้น มีชีวิตชีวาในแบบที่แปลกๆ และมันกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงเปิดจินตนาการด้านมืดของคุณให้กว้างและลึกขึ้น นั่นคือ "บอร์ดหลุดโลก" ในความคิดของผม
ในยุคที่เรายังใช้อินเตอร์เน็ทแบบซื้อเป็นซองอยู่ และนั่งฟังเสียงโมเด็ม ปี๊ป่อ ปี๊ป่อ ขณะต่ออินเตอร์เน็ท "หลุดโลก" คือสถานที่เดียวที่ใช้ปลดปล่อยด้านมืดและความคิดสร้างสรรค์แปลกๆของคนในยุคนั้น คุณสามารถ โพสเรื่องราว คนเย็ดศพ หรือ ฆาตกรที่ฆ่าคนด้วยวิธีวิตถารได้ โดยที่ไม่มีใครมาด่าคุณว่า โรคจิต มันคือสังคมของ คนที่ต้องการความแตกต่าง
และที่สำคัญ คุณไม่จำเป็นต้องไปคิดว่าที่คุณอ่าน คุณเห็นในนั้น มันคือเรื่องจริง (ถึงแม้มันจะมีส่วนที่จริง) เพราะเรื่องราวในบอร์ดหลุดโลกนั้น "หาความจริงแทบไม่มี" ถ้าหลุดโลกเป็นส้วม มันคงเป็น ส้วม ที่ใช้ปลดปล่อย ระบายของเสีย ที่สวยที่สุดในโลกนี้.
.
.
.
จิ้งจกทัก ทารุณกรรมทางภาษาและขีดฆ่าจินตนการ
จิ้งจกทัก ก็คืองานเขียนของสมาชิกทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ของหลุดโลกน่ะแหละ
ผมชอบอ่านเรื่องสั้นในบอร์ดหลุดโลก ชอบความใจร้ายและไม่หลงเหลือความหวังไว้ให้คนอ่านเลยของคนเขียนในนั้น เรื่องสั้นของชาวหลุดโลก เป็นเรื่องสั้น ที่สามารถฆ่าพระเอก นางเอก หรือแม้กระทั่งหมาน้อยน่ารักตายได้แบบไม่กระพริบตา คนเขียนเค้าไม่สนใจหรอกว่า คุณจะรู้สึกยังไง และไม่มีคำว่า ฝันดีราตรีสวีสดิ์แบบตรงตัวสำหรับคนอ่าน
จิ้งจกทัก ก็คือ การนำเอาความใจร้ายของพวกเรา ไปเผื่อแผ่ชาวบ้านที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ข้างนอกนั่น ไม่ต้องแปลกใจ ถ้าคุณอ่านตัวหนังสือใจดำบนกระดาษถุงกล้วยแขกที่ปะหัวว่า จิ้งจกทัก จนจบแล้ว คุณอาจจะพึมพำว่า "มันเหี้ยอะไรของแม่งวะ เสียเวลากูชิบหาย”
ผมได้อ่านจิ้งจกทักเล่มแรก ผมชอบคำโปรยหัวของหนังสือ ชอบเรื่องของสมบัติกับนิดหน่อยต้องมีในเล่มนั้นมากที่สุด ก่อนที่จะมีเทียบเชิญจาก บอกอ ให้เข้าร่วมการทารุณกรรมในเล่มสอง และร่วมกันก่อกรรมมาเรื่อยจนเล่มสี่ หลังจากนั้น ผมก้อหลุดแวดวงไปเลย ไม่ได้เล่นเน็ท (จริงๆเล่นนะ แต่โหลดหนังโป๊อย่างเดียว)...จิ้งจกทักเดินทางมาถึงเล่มเจ็ดแล้ว มันกระโดดข้ามเล่มหกมาแบบจงใจ (รึเปล่านะ) เล่มเจ็ดก็มีจดหมายจาก บอกอให้มาร่วมงานกันเมื่อปีที่แล้ว แต่ผมอยู่ในสถาพที่ร่างกายย่ำแย่เกินกว่าจะใช้จินตนาการเค้นให้ตัวหนังสือออกมาได้ แค่นั่งหน้าคอมแว่บเดียว ผมก้อเกิดอาการบ้านหมุน (สงสัยเสพหนังเอวีเยอะไปหน่อย) ก็ไม่นึกว่าจะได้กลับไปเขียนอีกแล้ว จนกระทั่งเมื่อเดือนที่แล้ว(มีนาคม) ก็มีข่าวจากบอกอมาว่า ยังเปิดรับเรื่องอยู่
และนั่นคือ เรื่องราวของผมกับจิ้งจกทักเล่มเจ็ดที่กำลังจะคลอดในเวลาอันใกล้นี้
.
.
.

The Face (รูปประกอบ - ไทยมุงหรรษา)
The Face เรื่องของผมในเล่มนี้น่ะเหรอ...อืม...จะพูดไงดีล่ะ...มันเป็นเรื่องของคนที่หมกมุ่นและใช้เวลากับเครือข่ายสังคมออนไลน์มากไปหน่อย จนสูญเสีย “ตัวเอง” และ “ตนเอง” และ มันมีแง่มุม หยอกหยิกจิกกัด คนที่มีพฤติกรรมลักษณะนี้อยู่มาก รวมถึงการตั้งคำถามว่าคุณน่ะเป็นแบบที่ผมพูดรึเปล่า? แล้วเจอกันครับ ผมขี้เกียจพิมพ์แล้วล่ะ สวัสดี!!"
------------------------
(เรื่องสั้น "สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าควย" และ "มองดูเพื่อนสี่คนจมน้ำตาย" ทั้งสองเรื่องนี้เป็นเรื่องสั้นที่ Silly-Bug เขียนในการ ประกวดกระทู้ของหลุดโลก ครั้งที่4 -หลุดโลกมาราธอน- เพราะต้องเขียนเรื่องแข่งกันในเวลาที่จำกัด และหัวเรื่องที่ตัวเองเขียนตั้งขึ้นโดยผู้เข้าร่วมแข่งขันในแต่ละรอบนั้น ตั้งแต่รอบแรก รอบ 16 คน รอบ 8 คน รอบ 4 คน และ รอบ 2 คนสุดท้าย ซึ่ง ชิงชนะเลิศกับ กล้วยเชื่อม และัในที่สุด Silly-Bug ได้ชัยชนะอย่างหวุดหวิด ..เรื่องสั้น "มองดูเพื่อนสี่คนจมน้ำตาย" คือเรื่องที่กรรมการบางท่านบอกว่า เป็นเรื่องที่ดีที่สุดในการแข่งขันครั้งนั้น)--------------------------------
สิ่ ง มี ชี วิ ต ที่ เ รี ย ก ว่ า ค ว ย
สวรรค์และโลกเก่าแก่พอกับข้า
แลหนึ่งหมื่นสรรพสิ่งนั้นที่แท้คือสิ่งเดียวกัน
จางจื้อ……….๓๐๐ ปีก่อนคริสตกาล
๑.
ปูมดาราจักร……๓๐๐,๐๐๐ ล้านปี
ก่อนกำเนิดสรรพสิ่ง
สุริยจักรวาล………..พิภพสีน้ำเงิน
ดาวตก………………
วาบแสงเจิดจ้า……………ลากเป็นทางยาว……..
หางที่เกิดจากเผาไหม้เสียดสีกับชั้นบรรยากาศลุกเป็นไฟ
ตกกระทบพื้นดิน………….
เกิดการระเบิดขึ้น………..!!!!!!!!!!!!
๒.
ปูมดาราจักร……..๙๙,๙๙๙ ล้านปี
ร่างสองร่างปรากฎขึ้น………….ท่ามกลางอวกาศมืดมิด….
[มันลงไปที่นั่น] ร่างหนึ่งพูด
[ตามมันไป] ร่างหนึ่งเสริม
[ดาวชั้นต่ำ สิ่งมีชีวิตไร้วิวัฒนาการ]
[จับโทรจิตของมันได้แล้ว]
[ตามหรือไม่ตาม]
[[[[[[ เลือก “ตาม” ไปที่ ย่อหน้า ที่ ๓ ]]]]]
[[[[[ เลือก “ไม่ตาม” ไปที่ย่อหน้า ๑๔ ]]]]]]
๓.
เอี้ยด…!!!!!! โครม……โคนต้นไม้
หม้อน้ำแตก ควันคลุ้ง
ชายหนุ่มในรถไขกระจกยื่นหน้า…….
“ควย พ่อมึงตายเหรอ……..อีเหี้ย….มายืนเสร่ออะไรกลางถนนวะ “
[ไหนว่ามีแต่สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ] ร่างหนึ่งเอ่ยขึ้นไม่สนใจชายหนุ่ม
[มันมีภาษาพูด ไม่น่าเชื่อ] อีกร่างเอ่ย
[เรามาช้าเกินไป]
[ช้ากว่ามัน ๑๐ นาโนดาราจักร] (หน่วยเวลาจักรวาล….ผู้เขียน)
[มันฉลาด สมที่เป็นสัตว์ทดลองหมายเลข 1]
[มันมอบความรู้ของมันให้สิ่งมีชีวิตที่นี่แล้ว]
[อืมม์….ตามรอยโทรจิตมันไป ก่อนจะสายเกินการ]
[ย้อนเวลากลับไปก่อนที่มันจะสร้าง “มนุษย์” ]
[เจอแล้ว]
ชายหนุ่มในรถ อ้าปากค้าง…..สองร่างกลางถนน……..หายวับไปต่อหน้าต่อตา
“ผีหลอก!!!!!!!!”
๔.
ร่างยักษ์สูง ๗ เมตรไล่ล่า…….
น้ำหนักของมันราว ๕ ตัน
แผ่นดินสะเทือนลั่น………
เขาใช้ปากคาบหลอดแก้วไว้แน่น
…….วิ่งสุดชีวิต………………..
อนาคตของโลก อยู่ในหลอดแก้วใบนี้
น้ำเชื้อจากลิง……………
เพื่อเพาะพันธุ์มนุษย์……….รุ่นแรก
ร่างสิงสู่ของเขา……………..
หัวที่บานใหญ่….แดงก่ำด้วยความเหนื่อย…..
ลำตัวแข็งเขม็งตั้ง………สองเท้าที่เหมือนลูกบอลหดเกร็งสลับกันก้าวสุดชีวิต
สัตว์ทดลองที่แหกกรงหนีอย่างเขา……ไม่มีทางเลือกมากนัก
…..เขาต้องรอด………….เขาคิด……..
ร่างสองร่างปรากฏขึ้น………..ขวางหน้าเขาไว้
มันตามเขาเจอจนได้…….
ข้างหลัง…….ไทแรนโนซอรัส
ข้างหน้า…….พวกมัน…….นักล่า
อาวุธเพียงหนึ่งเดียวของเขา……….พลังโทรจิต
สู้…………..หรือ…….หนี
[[[[[ เลือกสู้ไปที่ย่อหน้า ๕ ]]]]]
[[[[[ เลือกหนีไปที่ย่อหน้า ๑๕ ]]]]]]
๕.
เขาเลือกที่จะเผชิญหน้า……
ปลดปล่อยพลังจิตอันรุนแรงออกมา…..
อานุภาพเทียบเท่าอุกาบาตวิ่งชนโลก
แผ่นดินฉีกเป็นหลุมลึกกว้าง
มหาทวีปแยกตัวออก
ฝุ่นควันปกคลุมชั้นบรรยากาศ
สัตว์เลื้อยคลานขนาดยักษ์ที่เคยเป็นเจ้าพิภพ………….ค่อยๆสูญพันธุ์ไป
ร่างสองร่างยังรอดชีวิตจากระเบิดพลังจิต
[พลังจิตมันน่ากลัวมาก]
[ทำลายโลกใบนี้ทิ้งเลยดีกว่า]
[อย่า….มันก็จะหนีไปสร้างอารยธรรมที่ดาวอื่นได้อีก]
[ตามล่ามันให้เจอดีที่สุด]
…………………………………………………
[จับสัญญานโทรจิตมันได้แล้ว]
[เมืองที่เรียกว่า……..ลอนดอน]
๖.
๑๐๐,๐๐๐ล้านปีดาราจักร
ก่อนหน้านั้น.....
บนดาวพระเคราะห์ดวงนึงในแกแลกซี่แอนโดรเมดา.......
อาคารทรงกลมรูปโดมสีเงิน ห้องทดลองชีววิทยาชั้นสูง
ร่าง ๒ ร่างยินอยู่ด้านหน้าหลอดแก้วขนาดใหญ่ ภายในหลอดแก้ว เป็นแท่งเนื้อขนาดยาวใหญ่ ที่มีหัวขยักสีแดงก่ำ เป็นดอกเห็ด
['งานทดลองเสร็จสิ้นแล้ว] ร่างหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างโล่งใจ
[อืมม์...หวังว่ามันคงได้ผล] อีกร่างเอ่ยขึ้น
[เราบรรจุความรู้ของทุกมวลชีวิตในจักรวาลให้แก่ร่างนี้จนสำเร็จ]
[อืมม์....หวังว่ามันจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ฉลาดบนดาวทดลองของเรานะ]
ทั้งสองร่างมัวแต่ยืนคุยกัน จนไม่ทันสังเกตุเห็นความเปลี่ยนแปลงของสัตว์ทดลองในหลอดก้วเบื้องหลัง
มันขยายขนาดขึ้น ท่อนลำแข็งเกร็ง หัวขยักแดงก่ำ
หลอดแก้วเริ่มปริแตกออก
[เป็นไปตามมติของสภาสูง....ทุกคนอนุมัติชื่อนั้นแล้ว....]
[ชื่ออะไร]
[สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "ควย"]
เพล้ง......เปรี้ยง....หลอดแก้วที่กักขังร่างนั้น แตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
[โอวว ไม่ ....มันมีพลังโทรจิตเหมือนพวกเรา]
๗.
ลอนดอน……
ปีดาราจักร ๑๖๔๕๗
ปีมนุษย์โลก…..คริสตศตวรรษที่ ๑๕ โดยประมาณ
เขาครุ่นคิดถึงตอนที่เขาหนีออกมาจนเพลินเขาซ่อนตัวอยู่บนต้นแอ๊ปเปิ้ล……….นานมากเพื่อรอคอย
การรอคอย……….เป็นคุณสมบัติหนึ่งที่วิเศษสุดของเขา
เขารอคอยโอกาสตลอดระยะเวลา กว่า ๘หมื่นปีดาราจักร
ถ้านับเป็นปีมนุษย์โลกก็คงประมาณกว่า ๖ หมื่นล้านปี
ตลอดระยะเวลานั้น….
เขาทำการสื่อสารทางโทรจิตในรูปแบบต่างๆกับเผ่าพันธุ์มนุษย์โลกเสมอมา
เพื่อมอบอารยธรรม……..ให้กับเผ่าพันธุ์ที่เขาสร้างขึ้น………..
อารยธรรมที่จะนำไปสู่จุดหมายสูงสุดของเขา
มนุษย์เพศผู้…..คือเป้าหมายในการสื่อสารของเขา
มนุษย์ที่มีอวัยวะเพศที่เรียกว่า “ควย”
คล้ายคลึงกับรูปร่างของเขา……
เขามอบอวัยวะเพศนี้ให้แก่มนุษย์คนแรก
เพียงเพราะเขานึกไม่ออกว่าจะให้มันมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร
เขาจึงสร้างมันให้มีรูปร่างหน้าตาคล้ายเขา………
เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนตัว…………….. เขา…สัตว์ทดลอง หรือสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “ควย”
ตลอดเวลาเขาเพียรพยายาม และอดทนรอคอย
เพื่อมอบอารยธรรมและอำนาจให้แก่มนุษย์ที่มีสัญลักษณ์ทางเพศคล้ายรูปร่างของเขา
แรกเริ่ม………..เขามอบไฟ…….
ต่อมาเขามอบแนวคิดในการสร้างที่อยู่อาศัย……….
การเกษตรกรรม…………….
การอยู่ร่วมเป็นสังคม…..และการสืบพันธ์ด้วยสัญลักษณ์แทนตัวเขา
สื่งเหล่านี้ ต้องอาศัยแรงงานและมันสมองของมนุษย์เพศผู้
เขารอคอยโอกาส……เฝ้ารอให้มนุษย์มีความพร้อมเต็มที่………
เขาจึงมอบความฉลาดให้แก่มนุษย์……….
ความฉลาดในการเรียนรู้อารยธรรม……….
อียิปต์………เมโสโปเตเมีย…..ไทกรีส-ยูเฟรตีส………..มายา……….
เขาเดินผ่านช่วงเวลาเหล่านั้น………มนุษย์ให้ความนับถือเขาเป็นเช่น “พระเจ้า” หรือ “จ้าวโลก”
เพลโต อริสโตเติล อาร์คิมิดิส ยูคลิด พิธาร์กอรัส เคปโต เคอร์เปอนิคุส กาลิเลโอ มนุษย์เพศผู้ สิ่งมีชีวิตที่มีควยเหล่านี้ ……….เขาเป็นผู้มอบอารยธรรมให้ทั้งสิ้น………
มนุษย์โลกไม่เคยรู้ว่าเขามีตัวตน
หลักฐานที่บ่งชี้ตัวตนของเขา มีเพียงหนึ่งเดียว
รูปเคารพในศาสนาพราหมณ์ ไศวนิกาย………….ศิวลึงก์……..
แต่เขาก็มอบความบิดเบือนนี้………….ให้แก่มนุษย์…………เพื่อปกปิดร่องรอย
ดาวพระเคราะห์ดวงนี้
….เสมือนห้องทดลองของเขา………..เขาทดสอบความกระหายใคร่ในอำนาจ และความก้าวร้าวของมนุษย์ ด้วยการมอบอำนาจให้สิ่งมีชีวิตเพศผู้อีกกลุ่มทดลองหนึ่ง………………………เหมือนกับที่เขาเคยถูกทดลอง
เตมูจิน จิ๋นซีฮ่องเต้ อโศกมหาราช บุเรงนอง……….
ไล่มาจนถึงในอนาคตที่เขาคาดการณ์ไว้….อย่าง ฮิตเลอร์……มุสโสลินี…ยามาโมโต .สตาลิน…ซัดดัม….คาสโตร หรือแม้แต่ กลุ่มตาลีบัน ที่เขากำลังจะสร้างขึ้น…………..
เขาคิดย้อนกลับไปถึงการหลบหนีจากการไล่ล่าอันยาวนาน
และกลุ่มนักล่ากลุ่มนั้น………..
ยังหรอก………มนุษย์พวกนี้ ยังไม่มีอำนาจพอที่จะต่อกรกับนักล่าพวกนั้นได้………
เสียงฝีเท้าแผ่วเบาเชื่องช้ามาถึง
เป้าหมายของเขา มาถึงแล้ว………
๘.
ชายวัยกลางคน ที่เดินอยู่ใต้ต้นไม้นี้………คือสิ่งมีชีวิตเพศผู้ ที่เขารอคอยอยู่
ได้เวลาแห่งการมอบความรู้อีกอย่างหนึ่งแล้ว………….
เขารวบรวมพลังจิตและการหยั่งรู้………บรรจุใส่ลูกแอ้ปเปิ้ลที่อยู่ในมือ
แล้วขว้างออกไปในลักษณะอาการเสมือนหนึ่งตกลงมา
พลัวะ!!!!
………ลูกแอ้ปเปิ้ลตกกระทบใส่หัวของชายผู้นั้น
ท่าทีที่ครุ่นคิดหมกมุ่นเปลี่ยนไป
ดวงตาของชายผู้นั้นกระจ่างใสคล้ายนึกออกในบัดดล…………
................ความรู้ถูกถ่ายทอด!!!!!
เขากำหนดจิตล่องลอยข้ามกาลเวลาต่อไป……….ยังหรอก…….งานของเขายังไม่สิ้นสุด………
ยังเหลืออีกเยอะที่ต้องทำเพื่อจุดหมายอันยิ่งใหญ่………………และที่สำคัญพวกนักล่ากำลังจะมาถึง
…………………เขาไม่อยากเผชิญหน้ากับมันในเวลานี้…………
………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………
ร่างสองร่างปรากฏขึ้น…….
[มาไม่ทันการอีกแล้ว]
[ส่งโทรจิตไปยังดาวแม่……บอกว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์เรียนรู้เรื่องมวลและแรงโน้มถ่วงแล้ว]
[ให้เตรียมกองยานรบพร้อมเดินทาง]
[สงครามจะเกิดขึ้นจริงๆหรือนี่]
[ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องเกิด]
[เราต้องจับมันกลับไปให้ได้]
……………………………………………………………………………………………….
๙.
คริสตศตวรรษที่ ๑๘
ปี ค.ศ.๑๗๘๓
เขายืนอยู่บนที่ราบสูงแห่งหนึ่งใจกลางแผ่นดิน ที่มนุษย์เรียกมันว่า ทวีปยุโรป
เขาเฝ้ามอง ลูกบอลอัดอากาศร้อน………ที่กำลังลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างชื่นชม
ไม่เลวเลยทีเดียว…สำหรับพัฒนาการแบบก้าวกระโดดที่เขามอบให้กับมนุษย์
เพศผู้คนนั้น……..เบนจามิน แฟรงคิน
โดยที่มนุษย์ไม่รู้ตัว………….
โลกนี้ก้าวผ่านช่วงเวลาของการปฏิวัติอุตสาหกรรมมาแล้ว ๒ ครั้ง
อุตสาหกรรมหนักซึ่งเป็นปัจจัยหลักของงานถูกตั้งขึ้นที่โน่นที่นี่ทั่วโลก
สงครามจากผู้กระหายในอำนาจ
คือปัจจัยเสริมให้อุตสาหกรรมพวกนี้เจริญก้าวหน้า………..
เขาย้อนกลับไปกลับมาในห้วงเวลาเพื่อตรวจตรางานของเขา
จุดไหนมีข้อบกพร่อง……เขาจะรีบอุดรอยรั่วมันซะ…..ด้วยความรู้อันลึกล้ำของเขา
สองพี่น้องตระกูลไรท์กับความรู้ในเรื่องการบินที่เขามอบให้
การบินได้ของมนุษย์เป็นปัจจัยพื้นฐานอีกอย่างหนึ่งในงานของเขา
เขาข้ามเวลาไปใน ค.ศ.๑๙๖๙
เพื่อไปดูความสำเร็จในก้าวแรกของมนุษย์บนดวงจันทร์……..
ในที่สุด……….มนุษย์………งานสร้างสรรค์ของเขา ก็เดินทางมาถึงจุดนี้
พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ที่เขามอบให้มนุษย์เพศผู้ที่ชื่อ ……….ยูคลิต
นำไปสู่ทฤษฎีการคำนวณความโค้งของอวกาศของมนุษย์เพศผู้อีกคน………. เรมานน์
เขาเพียงยื่นมือเข้าไปช่วยนิดหน่อย………ทฤษฎีนี้ก็เกิดขึ้น………
เข้าใกล้เป้าหมายอีกนิดนึงแล้ว
อีกไม่นานเกินรอ…..อีกไม่นาน………….
………………………………………………………………………………………………….
๑๐.
พวกนักล่ายังพยายามตามร่องรอยของเขา
ก็ยังดีที่มันไม่ได้พยายามทำลายงานของเขา
มันคงรู้ดีว่าไม่มีประโยชน์……..เพราะถึงฆ่าคนที่มีความรู้ไป
เขาก็สามารถหาคนใหม่ได้ไม่ยากเย็น………….
เขาดึงความสนใจกลับมาที่บอลลูนที่กำลังลอยอยู่
กำหนดจิต ข้ามเวลาไปยังอนาคตอันใกล้อีกครั้งหนึ่ง…..
ในปีมนุษย์โลก ค.ศ. ๑๘๗๙………..
อืมม์……มนุษย์โลกที่ชื่อ คูรี่….ไม่เลวเลยทีเดียว
ในที่สุดคูรี่ก็ค้นพบรังสีจากแร่ยูเรเนียม……….ด้วยความช่วยเหลืออันบังเอิญเล็กๆน้อยๆของเขา
งานของเขามีอีกชิ้นเดียว……..ชิ้นสุดท้าย……..
การวางรากฐานที่สำคัญ……ก้าวกระโดดของมนุษย์……….
ได้เวลาแล้ว………………………………..
……………………………………………………………………………………..
๑๑.
เขาวิ่งหนีไปจนมุมอยู่ในโกดังร้างแห่งหนึ่ง
มันขึงตาข่ายพลังจิตดักเขาไว้ทุกทิศทุกทาง
หลังจากที่พบว่า………….เขาได้ให้ความรู้พื้นฐานสุดท้ายของมนุษย์
ให้แก่ชายชาวอสราเอลคนนั้น อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ………….
"มวลเท่ากับความเร็วแสงคูณด้วยเวลายกกำลังสอง"
สูตรทางคณิตศาสตร์ ที่มาจากการคำนวณความโค้งอวกาศของเรมานน์และจากการทดลองครั้งแล้วครั้งเล่า
ในโครงการลับ "แมนฮัตตันโปรเจ็คส์"………"เบอร์มิวดาโปรเจ็ค"
ถูกนำมาประยุกต์ใช้เพื่อตัวต่อชิ้นสุดท้ายในภาพจิ้กซอว์ที่สมบูรณ์……
"ทฤษฎีสัมพัทธภาพ"
งานของเขาสำเร็จลงแล้ว………..
แต่จะมีประโยชน์ใด…….ถ้าเขาต้องตายที่นี่…………..
เขาไม่สามารถใช้ระเบิดพลังจิตได้
ไม่งั้นงานของเขาที่ทำมาตลอดกว่าพันๆล้านปีต้องสูญสลาย
………………………………………………………………………………………………..
๑๒.
เขากำหนดจิตเป็นครั้งสุดท้าย
ก่อนที่พวกมันจะเข้าถึงตัวเขา………
มีเพียงวิธีเดียวที่จะหลุดพ้นจากกับดักพลังจิต
ต้องใช้ร่างจริงของเขาฝ่าออกไป!!!!
หัวบานใหญ่เป็นขยักเริ่มแดงก่ำ
ท่อนลำซึ่งเป็นร่างกายของเขาแข็งเกร็ง
แสงสีรุ้งพุ่งออกจากร่างของเขาทุกทิศทุกทาง
ร่างกายของเขาฉีกแยกออกเป็น ๒ ส่วน
ร่างจริงของเขาปรากฏขึ้น…………….
รูปร่างของเขาคล้ายคลึงมนุษย์โลก
แตกต่างแค่เพียงสีของร่างกายซึ่งเป็นสีขาวครึ่งหนึ่ง……..และสีดำอีกครึ่งหนึ่ง
ปีกสองข้างที่เป็นสีขาวและปีกสีดำแผ่ออกมา
เขาสลายร่างในทันทีแยกจิตเป็น ๒ ส่วน
แล้วหายตัวฝ่ากับดักออกไป…………………….
……………………………………………………………………………………………………..
๑๓.
[มันใช้ร่างจริงแล้ว…….]
[แยกเป็น ๒ ส่วน]
[มันจะอ่อนแอลง ต้องหาร่างสิงสู่]
[แยกเป็น ๒ ทาง ตามมันไป]
[ใช้ร่างจริงตามมันไป]
[มันหนีไปทางไหนบ้าง]
[ปีมนุษย์โลก ค.ศ.๔๐๐๑ ทั้งสองร่าง]
[ร่างหนึ่งหนีออกไปสู่อวกาศ อีกร่างหนึ่งหนีไปที่โรงพยาบาล]
[อวกาศ ……!!!!!!!!! มันหนีออกไปทำไม…….]
ร่างสองร่างของนักล่า……
เริ่มมองเห็นชัดเจนขึ้นในสภาวะที่แท้จริง
พวกนักล่าก็มีรูปร่างหน้าตาคล้ายมนุษย์
ร่างหนึ่งสีขาวทั้งร่าง มีปีกสีขาวสวยงามที่กลางหลัง สวมใส่ชุดขาวเบาบาง มีรัศมีสีขาวกลางศรีษะ
อีกร่างหนึ่งสีดำทั้งร่าง มีปีกสีดำกลางหลัง และหางใต้แผ่นหลังยาวเป็นเงี่ยง มีเขาสองข้างที่ศรีษะ
หากมนุษย์คนไหนบังเอิญโผล่มาเห็นในเวลานั้น
ก็คงต้องพูดว่า........
นั่นคือ เทวดาและซาตานยืนอยู่ด้วยกัน
[เลือกตามนักล่าร่างเทวดา อ่านย่อหน้า ๑๖ ]
[เลือกตามนักล่าร่างซาตาน อ่านย่อหน้า ๑๗ ]
๑๔.
…………นี่มันเรื่องสั้นนะครับ ไม่ใช่การ์ตูนสามช่อง………..เลือกอ่านต่อกลับไปที่ ย่อหน้าที่ ๓
๑๕.
เขาหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า….
เขาคิดหนี
พวกนักล่าใช้ตาข่ายพลังจิตขึงดักเขาไว้ทุกด้าน……
ไดโนเสาร์ตัวนั้นใกล้เข้ามาจนถึงตัวเขา
มันขย้ำหัวบานใหญ่ของเขา………และเขมือบเขาเป็นอาหาร
หลอดแก้วในปากเขาถูกกลืนกินไปด้วย
เผ่าพันธุ์มนุษย์สูญสิ้นตั้งแต่ยังไม่ได้กำเนิด
ไดโนเสาครองโลกตั้งแต่บัดนั้นมา…..
เขาคิดผิด.....!!!!!!!!!
๑๖.
ปีดาราจักร ๐๐๐๐๐๐
ปีมนุษย์ ค.ศ.๔๐๐๑
แอนโดรเมดาแกแลกซี่………เหนือชั้นบรรยากาศชองดาวพระเคราะห์ดวงหนึ่ง
ร่างในปีกสีขาวของนักล่า………….ลอยอยู่ท่ามกลางอวกาศดำมืด
กระแสจิตของสัตว์ทดลอง หายไปในท่ามกลางกองยานรบดำทะมึนมหึมาที่ลอยยู่ข้างหน้า
กองยานรบสีดำจากโลกมนุษย์
พร้อมด้วยอาวุธที่ทันสมัย……ร้ายแรง
จากการสร้างสรรค์ของมัน………..สัตว์ทดลองตัวนั้น………สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า ควย
บัดนี้เผ่าพันธุ์มนุษย์ผู้กระหายอยากในอำนาจและสงคราม
พร้อมแล้ว…………
ยานแม่ส่งโทรจิตมาให้กลับไปที่ยาน
ไม่มีประโยชน์ที่จะล่ามันอีก………
ภารกิจสิ้นสุดลงแล้ว……….
แต่สงครามกำลังจะเริ่มต้น………….
กองยานรบสีขาวเคลื่อนตัวเข้าหากองยานรบสีดำ
สงครามระหว่างผู้สร้างและผู้ทำลาย
สงครามระหว่างสีขาวและสีดำ
สงครามระหว่างความดีและความชั่ว………
สงครามชั่วนิจนิรันดร์…………
๑๗.
ปีดาราจักร ๐๐๐๐๐๐
ปีค.ศ. ๔๐๐๑
เขากำลังหลงทางในโรงพยาบาลแห่งนี้………
เป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว………คือการหาร่างเพื่อพำนักและเอาชีวิตรอดจากการไล่ล่า
เขารู้ว่า นักล่าปีกสีดำกำลังไล่ล่าใกล้เข้ามามากแล้ว
ห้องข้างหน้า…….มีกระแสชีวิตที่แผ่วเบา
และกำลังเต้นแรงขึ้นทุกขณะ………
เขาวิ่งเข้าไป…….
……………………………………………………………………………
ดวงตาที่เปี่ยมล้นด้วย ความเอื้ออาทร เมตตา
จ้องมองเขาอยู่…………
เขาได้ตระหนักในสิ่งหนึ่งที่เขาไม่มีมาตลอดระยะเวลาที่เขาถูกสร้างขึ้นมา
สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “ควย” อย่างเขา
ไม่เคยได้รับรู้มัน
อ้อมแขนที่อบอุ่น
โอบกอดเขาไว้
เขาส่งเสียงร้องอ้อแอ้ น่าเอ็นดูตอบรับกลับไป………..
“แม่” มนุษย์เพศหญิง เผ่าพันธ์ที่เขาไม่เคยเอาใจใส่ผู้นี้ กำลังโอบกอดเขาอยู่
“ความรัก”
ความหวังเพียงหนึ่งเดียวของมนุษยชาติ
เขาได้ตระหนักรู้ในวินาทีอันเป็นสุขนั้นแล้ว…….
อดีตชาติ ความรอบรู้ ภูมิปัญญา นับแสนล้านปีที่มาติดตัวช่วยให้เขาหยั่งรู้ได้โดยญานอันลึกล้ำ
ในทันทีนั้น…..เขาเกิดใหม่อีกครั้ง
………..ในนาม…..ศรีอาริยเมตไตย
นักล่าปีกสีดำ ยืนสงบนิ่งอยู่ตรงหน้าของเขา ด้วยแววตาและท่าทีที่มุ่งร้ายหมายชีวิต
เขาพร้อมแล้วกับการเผชิญหน้าอันยาวนานในชีวิตจากนี้ไป……..
สงครามแห่งเหรียญสองด้าน
สงครามระหว่างความดีและความชั่ว
สงครามชั่วนิจนิรันดร์.....
ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลที่ให้ความกระจ่างและจินตนาการ
Modern History Source Book Science Section
หนังสือ Astronology
หนังสือประวัติการบินโลก
หนังสือทฤษฎีสัมพัทธภาพ
รวมปรัชญาจางจื๊อ โดย เนื่องน้อย
เต๋าแห่งฟิสิกส์ โดย ฟริตจอฟ คาปรา /วเนช แปล
คลื่นลูกที่สามและอำนาจใหม่ โดย อัลวิน ทอฟเลอร์ / ขุนทอง ลอเสรีวานิช แปล
ปลายทางที่ ๐๐ โดย พิพัฒน์ พสุธาชาติ
ยกมาขู่ !!!! ความจริงไม่ได้หาอะไร...กูมั่วเอา
สุดท้าย…ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่ทนอ่านจนจบ…….และกรรมการการประกวดครั้งนี้สำหรับโอกาส
และขอขมาในที่นี้แด่ เพศแม่ทุกคน…………
------------------------------------------
มองดูเพื่อนสี่คนจมน้ำตาย(ในทะเลแห่งวิวัฏฏฐายีอสงไขย)
“มองดูเพื่อน 4 คนจมน้ำตาย”
---------------------------------------------------------
“ไอ้เหี้ย …..”
เขานึกสบถในใจ เมื่อมองดูตัวเองในกระจก………
ใครกันแน่ที่ทำอย่างนั้น
มึงอย่ามาโทษว่าเป็นความผิดของกู
“กูไม่ผิด” สำนึกในใจร่ำร้อง…
เขาตะโกนใส่หน้าตัวเองในกระจก……..
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
!!!!! โครม......!!!!!
[เสียงคลื่นถาโถมเข้ามา รุนแรงดุจดั่งจะดูดกลืนเอาทุกสิ่งทุกอย่างลงไปในวังวนอันดุร้ายของมัน เพียะ…เปรี๊ยะ…ปึง ปัง…..เสียงไม้กระดานในเรือลั่นโครมคราม คลื่นลูกใหญ่ลูกหนึ่ง โถมใส่ลำเรือ เขากับผู้โดยสารอีกสี่คนร้องลั่น เนื้อตัวเปียกโชก…….]
เขาตกใจตื่นพรวด............เหงื่อชุ่มตัวเย็นชืด
ใจเต้นไม่เป็นส่ำ......มันเหมือนจริงเหลือเกิน
เหลือบตาดูนาฬิกาตรงหัวเตียง
!!!! ตี 2 !!!!
ฝันเหมือนทุกครั้ง
“ฝันเหี้ยๆ ซ้ำๆซากๆ ฝันเหมือนจริงเหี้ยๆ” เขานึกในใจ
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
เขาฝันแบบนี้มาสองอาทิตย์แล้ว…
ภาพชายกลางคน ….ปรากฏขึ้นบนกระจก…..เป็นครั้งแรกในรอบ 32 ปี...ที่เขาได้มองดูตัวเองอย่างเต็มตา
ถุงน้ำใต้ตาดำคล้ำ บอกถึงวี่แววการอดนอน…..แววตาที่อ่อนล้า ระโหย และทุกข์ทรมาน
เคลือบแฝงไว้ด้วยความหวาดระแวงและวิตกกังวล
นึกย้อนกลับไปในวัยเด็ก
จากเด็กวัดจนๆ กำพร้าไร้พ่อแม่
ชีวิตที่เกิดมาจมอยู่กับความลำบาก
ทำให้ดิ้นรน ทะเยอทะยาน
เขาไขว่คว้า กระเสือกกระสน
ถีบตัวเองจากนักศึกษาศิลปะ
มาเป็นศิลปินผู้รุ่มรวยด้วยจินตนาการและฝีมือ
[“ ท ะ เ ล แ ห่ ง สั ง ส า ร วั ฏ ”]
คือชื่องานชิ้นที่สร้างชื่อให้กับเขา
มันเป็นงานที่นักบริโภคศิลปะ และนักวิจารณ์ขนานนามมันว่า
พุทธิปัญญาใหม่แห่งศิลปะไทยร่วมสมัย
เขาไม่รู้หรอกว่ามันแปลว่าอะไร
อาจบางทีเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขามีแนวคิดในการสร้างงานชิ้นนั้น
อย่างที่นักวิจารณ์ศิลปะทั้งหลายพยายามตีความหรือไม่
มันก็แค่ ภาพพระองค์หนึ่งพยายามโดยสารเรือข้ามฟาก ที่ใส่ลายไทยประยุกต์ให้ดูสวยงาม ลงสีสวยๆเย็นๆ
ก็แค่นั้นจริงๆ ที่เขาคิดตอนวาดรูปนั้น
แต่ก็ช่างมันเถอะ “ใครจะตีความยังไงก็ช่างหัวแม่ง!!!….” เขาคิด
ถึงยังไงภาพนั้นก็สร้าง ……..[ชื่ อ เ สี ย ง ]
นำมาซึ่ง………[เ งิ น ท อ ง ]
และนำมาซึ่ง …….[“ อ นั ต ต า ”]...... ผู้หญิงที่เขารักจับใจ
ชีวิตทีหมกมุ่นอยู่กับการไต่เต้าและเหยียบหัวคนอื่นๆขึ้นมา
ทำให้เขาไม่มีเพื่อนเลยสักคนในชีวิต
[ อ นั ต ต า ] ชื่อผู้หญิงคนนั้น ความมี [เชื่อเสียง] ทำให้เขารู้จักเธอ
ความมี [เงินทอง] ทำให้เขาสามารถเข้าสู่สังคมไฮโซของเธอได้
เธอเป็นนักบริโภคศิลปะตัวยง เคยมีความสัมพันธ์เป็นข่าวฉาวโฉ่ กับศิลปินหนุ่มๆที่มีชื่อมากมาย
แต่เขาไม่เคยแคร์ ..ข่าวลือเหล่านั้น
เพราะวันนี้ เธอเป็นผู้หญิงของเขา และจะเป็น [ของเขา] ตลอดไป
[ความรัก] ที่เรามีให้กันจะทำให้ทุกอย่างไปได้สวย
[ชีวิต] [ของเขา] ดีขึ้นแล้ว ต่อไปนี้ คือโอกาส [ของเขา] แล้ว
เส้นทางใหม่ๆ เปิดกว้าง
โอกาสใหม่ๆกำลังรอคอยเขาเข้าไปหยิบฉวย
[ ม า ร า ] นักวิจารณ์หน้าใหม่แห่งวงการถ้าจะถือว่ามันเป็นเพื่อนอีกคนของเขา ก็น่าจะใช่
เรามีผลประโยชน์ร่วมกันอยู่เสมอ
หลังจากที่เขามี [ชื่อเสียง]
[มารา] ก็เข้ามาสนิทสนม
พร้อมๆกับข้อเสนอว่า ทันทีที่เขามีงานชิ้นใหม่ออกสู่วงการ
[มารา] จะเป็นคนแรกที่ได้รับรู้มัน และเป็นคนที่ตีความนัยยะที่ซ่อนเร้นของมัน
โดยเขาเป็นผู้บอกถึงแนวคิดของภาพนั้นๆให้กับ [มารา]
เพื่อให้ [มารา] ตีความได้ตรงจุด
แน่นอน!!!!…… มันฟังเหมือนการเล่นละคร ตบตา
แต่มันก็ทำให้ [มารา] มี [ชื่อเสียง]
และยิ่งเสริมสร้าง [ชื่อเสียง] ให้กับเขา
เขากำลังเดินไปสู่จุดสุดยอดแห่งความสำเร็จ
เขาคือศิลปินหนุ่มที่ประสบความสำเร็จที่สุดของประเทศนี้
[ ปั จ จั ย ] เป็นอีกคนที่อาจจะถือว่าเป็นทั้งเพื่อน และนายทุนของเขา
[ปัจจัย] ยื่นข้อเสนอให้กับเขาในการตั้งแกลลอรี่ [ กระท่อมโพธิญาณ ]
โดยที่ [ปัจจัย] ออกเงินทุนให้ แต่มีข้อแม้ว่าเขาจะต้องไม่เอาภาพไปขายให้แกลลอรี่อื่น
นอกจากแกลลอรี่ของเขาแห่งเดียว
เขาตอบรับข้อตกลงโดยไม่ลังเล
[เงินทอง] กำลังไหลมาเทมา
เขาสามารถนำเงินนี้ ไปตอบสนองความต้องการอันไม่สิ้นสุดของ [อนัตตา]
หญิงคนรักไฮโซของเขา หล่อเลี้ยงให้ [ความรัก] ของเขา [ยั่งยืนตลอดไป]
[กระท่อมโพธิญาณ] ตัวอักษรสลักไม้ลงรักปิดทอง
ปรากฏออกจากผ้าแพรสีชมพู
เสียงตบมือดังสนั่นหวั่นไหวจากแขกไฮโซที่มาร่วมงานนับร้อย
รัฐมนตรีผู้เป็นประธานในพิธีวางกรรไกรลงแล้วจับมือแสดงความยินดีกับเขา
ท่ามกลางไฟแฟลชจากกล้องถ่ายภาพระยิบระยับสว่างจ้า
พรึ่บ……….ขาวสว่างจ้า………
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
โครม เพียะ เปรียะ เปรี๊ยะ……..
คลื่นลูกมหึมาอีกลูกหนึ่ง…….ซัดกระหน่ำมา….
เขายึดเส้นเชือกผูกกระโดงเรือไว้สุดชีวิต
เพื่อนของเขาคนหนึ่ง หล่นลงจากเรือ ไปพร้อมกับคลื่นลูกนั้น
มันดูดกลืนเพื่อนของเขาคนหนึ่งลงไปใต้วังวนอันดุร้ายของมัน
อย่า………….
เขาร้องออกมาสุดเสียง ทะลึ่งตัวขึ้นจากที่นอน
เหงื่อกาฬเหนียวๆ อาบทั่วร่างเย็นชืด
!!! ตี 2 !!!
เวลาเดิมกับฝันซ้ำซาก
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
เขาปาดเลือดที่เปิ้อนหน้าอย่างเยือกเย็น
ยิ้มแสยะอย่างมุ่งร้ายและสะใจ
ความรู้ทางกายวิภาคในสมัยเรียนศิลปะของเขา
ทำให้การชำแหะง่ายดายยิ่งขึ้น
งานที่ดูเหมือนยากเสร็จลงไปภายในไม่กี่ชั่วโมง
เขากำลังสร้างงานประติมากรรมชิ้นสุดยอด
โครงที่ใช้ผูกหุ่น คือโครงกระดูกมนุษย์จริงๆ
เขาค่อยๆหล่อปูนเทใส่ ดัดท่าดัดทางงานประติมากรรมชิ้นนั้นด้วยความสบายใจ
สาสมแล้วกับความตายของมัน ไอ้ [ปัจจัย]
นายทุนเห็นแก่ได้ ละโมบ [โลภ]มาก
กะอีแค่เขาขายภาพให้แกลลอรี่อื่นแค่ภาพเดียว
มันถึงกับจะถอนการสนับสนุนเขา และยึดแกลลอรี่อันเป็นที่รักของเขา
มันไม่รู้หรอกว่า เขาต้องการเงินจากการขายภาพก้อนนั้นแค่ไหน
[อนัตตา] ต้องการรถสปอตท์คันใหม่ และเขาก็อยากซื้อมันให้เธอ
แหล่ง [เงินทุน] ของเขาตายอย่างทรมาน
เขามัดมันกับเสาแล้วค่อยๆ ชำแหละเนื้อมันทีละชิ้น จนสิ้นใจตาย
แต่ไม่เป็นไร….ด้วย [ชื่อเสียง] ของเขาตอนนี้
เขาสามารถหา [เงิน] ได้ไม่ยากเย็น
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
โครม ปัง ปัง โครม เพียะ เปรี๊ยะ…
เสียงลำเรือลั่นเกรียวกราว
เป็นผลจากคลื่นอีกลูกที่มหึมาไม้แพ้กัน
มันโถมเข้าใส่เรือลำเล็กของเขาอย่างไร้ปราณี
เพื่อนของเขาอีก 2 คนถูกพัดพาไปจากเรือพร้อมคลื่นลูกนั้น
และดูดกลืนไปสู่ใต้ผืนน้ำที่กำลังปั่นป่วนคลุ้มคลั่ง
“โธ่……….”
เขาคร่ำครวญในใจ ไม่มีเสียงร้องหลุดออกจากปาก
เหลือบตามองเห็นเพื่อนคนสุดท้ายกำลังเกาะเสากระโดงเรืออยู่อย่างหวาดกลัว
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
“พี่ตื่นๆ ถึงแล้วครับ” เสียงโชเฟอร์แท็กซี่เรียก
เขาตื่นขึ้นจากฝัน เหลือบตาดูนาฬิกาข้อมือ
ตี 2!!!!!!!
เขาตัดสินใจนั่งรถแท็กซี่มาหา [อนัตตา] ในคืนนี้
เพราะท้ายรถส่วนตัวของเขามีแต่ถุงบรรจุเศษเนื้อของไอ้นายทุนโลภมากคนนั้น
เขากำลังจะชวน [อนัตตา] หนีไปอยู่ด้วยกันที่ต่างประเทศ
เขาคาดหวังเต็มเปี่ยมว่าเธอจะเห็นด้วย ไม่ว่าจะเหตุผลใด
เธอเชื่อใจเขาเสมอ เขาคือผู้นำใน [ความรัก] ของเธอ
เขายื่นมือไปกดกริ่งที่หน้าประตูห้องชุดที่เขาซื้อให้เธอ……………..
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
เขากระชากมีดออกจากร่างของ [มารา]
หันไปมองหน้าอันตื่นตระหนกของ [อนัตตา]
เขายิ้มอย่างมุ่งร้าย ย่างเท้าเข้าไปหาเธอ
แล้วเงื้อมีดขึ้นสุดมือ……..
สาสมแล้วกับชายโฉดหญิงชั่ว
มันแอบมาร่วมรักกันที่นี่
ออดที่ไม่ได้กด
ประตูที่ไม่ได้ล็อค
นำเขาเข้ามาเห็นภาพอันบัดสีนั้น
แทนที่มันทั้งคู่จะตื่นตกใจ
มันกลับทำหน้าตาเฉย
ไอ้ [มารา]ยิ้มให้เขา แล้วยักไหล่อย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น
[อนัตตา] เฉยชาอย่างที่เขาคยเห็นมาก่อน
เธอเดินเข้าห้องน้ำไปเงียบๆ
เขาตกตะลึงกับภาพที่เห็น และผรุสวาทใส่มัน
“เอาไว้พ่อมึงตายแล้วค่อยโผล่หน้ามาให้กูเห็น
ไอ้สัตว์เอ๊ยย สมองหมาชัดๆ”
เขาด่าใส่หน้ามันตรง ๆ ดูซิความหน้าด้านของมันจะรับไหวไม๊
“อั๊ว โทรคุยกับเสี่ยปัจจัยแล้ว เค้าบอกว่าลื้อหมดอนาคตแล้วในวงการนี้
อั๊วแค่มาปรึกษาเรื่องลื้อกับอนัตตา แล้วก้อ….อย่างที่เห็น” มันยักไหล่พูดใส่เขาอย่างไม่ยี่หระเหมือนดิม
เลือดที่แดงฉานไปทั้วห้อง
ศพของชายหนึ่งหญิงหนึ่งที่นอนระเกะระกะ
คือสิ่งยืนยันถึงการบรรลุโทสะของเขา
หลังโทสะคลาย ความรอบคอบก็เข้ามา
เขาทำความสะอาดห้องจนเรียบร้อย จนแน่ใจว่าไม่ทิ้งหลักฐานใดๆ
เขาแบกร่างชายชั่วหญิงแพศยาใส่ท้ายรถของ [อนัตตา]
ขับรถมุ่งหน้าสู่ [กระท่อมโพธิญาน]
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
เพี้ยะ เปรียะ โครม
เสากระโดงเรือหักโค่นลงมา
เพื่อนคนสุดท้ายบนลำเรือของเขา
ถูกทะเลอันบ้าคลั่งดูดกลืนไป
พวกเขาทั้ง สี่จมน้ำตายต่อหน้าต่อตา
ไม่.......นะ........ เขาตะโกนสุดเสียง......
เขาตกใจตื่นขึ้นมาอย่างมึนงง
มือที่เปื้อนเลือดยกนาฬิกาขึ้นดู
ตี 2!!!!! เวลาเดิม
1 วันเต็มๆกับการชำแหละศพ อีก 2 ศพ
และงานประติมากรรมไร้ชีพของคน 3 คน เขาปั้นเพิ่มเข้าไป อีก 3 รูปให้เป็นประติมากรรมหมู่
ในท่าทางบอกถึงความทุกข์ทรมาน เจ็บปวดที่อย่างลึกซึ้ง
เขาตั้งชื่อมันว่า “ ตะกอนแห่งสังสารวัฏ”
เพื่อให้เข้ากับภาพชุด “ทะเลแห่งสังสารวัฎ”
เขาขนเศษเนื้อที่เหลือจากการชำแหละมาทำลายด้วย กรดอะซิติกเข้มข้น
ทำความสะอาดจนแน่ใจว่าไม่มีหลักฐานใดๆให้ใครจับได้
งานทุกชิ้นในแกลลอรี่นี้จะทำเงินให้เขาอย่างมหาศาล
มากเพียงพอที่จะไปใช้ชีวิตอย่างสุขสบายที่ต่างประเทศ
กว่าใครจะรู้ว่ามีคนสามคนหายสาบสูญไป
เขาก็คงไปไกลลิบแล้ว......
เขาล้างมือด้วยน้ำมันสนอีกครั้ง
จุดบุหรี่ขึ้นดูด ผ่อนคลาน
เดินไปที่หน้ากระจก
วูบหนึ่งสำนึกแห่งความถูกต้องถูกกระพือขึ้นมาในใจ
เขาคิดถึงเธอจับใจความรักที่แท้จริงของเขา [อนัตตา]
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
“ไอ้เหี้ย …..”
เขานึกสบถในใจ เมื่อมองดูตัวเองในกระจก………
ใครกันแน่ที่ทำอย่างนั้น
มึงอย่ามาโทษว่าเป็นความผิดของกู
“กูไม่ผิด” สำนึกในใจร่ำร้อง…
เขาเดินออกมาอย่างสับสน
เตะขวดน้ำมันสนที่วางอยู่จนมันล้มกลิ้ง
น้ำมันสนทะลักออกมานองพื้นไม่ขาดสาย เหมือนความผิดบาปที่กำลังรุมเร้าในมโนสำนึกของเขา
บุหรี่ในมือของเขาหล่นลง
มันกระทบกับน้ำมันสนบนพื้น
แล้วลุกไหม้ขึ้นมา
เขาตกใจเซไปหารูปประติมากรรมหมู่
มันล้มลงมาทับเขา
ความหนักของมันทำให้ขาของเขาหัก และขยับเขยื้อนออกจากใต้รูปปั้นนั้นไม่ได้
เขาเหลือบมองไปที่ ป้ายไม้ลงรักปิดทอง [ กระท่อมโพธิญาน ]
ไฟกำลังลุกลามไปหามัน ทุกสิ่งทุกอย่างในแกลลอรี่เป็นเชื้อไฟอย่างดี
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
อนุสติสุดท้ายของเขา รำลึกได้ถึงภาพฝันนั้น คนสี่คน ที่จมน้ำตาย
[มารา] ชื่อเสียง เกียรติยศ ความยอมรับในสังคม [โมหะ]
[ปัจจัย] เงินทอง [โลภะ]
[อนัตตา] ความรัก [ราคะ]
และตัวเขา กับ [ชีวิต] ของเขา [โทสะ]
ไฟกำลังลุกลามเข้ามาหาเขาอย่างช้าๆ...เฉกเช่นเดียวกับความตาย
ภาพสุดท้ายที่เขาเห็น................
คือภาพวาดอันสงบเย็นในปัญญาสมาธิ และการหยั่งรู้ ที่เขาไม่เคยแม้แต่จะเพิ่งพินิจมันอย่างลึกซึ้ง
แม้กระทั่งตอนที่เขาวาดมันออกมา ...........
[[[[......ท ะ เ ล แ ห่ ง สั ง ส า ร วั ฏ …..]]]]…
-----------------------------------------------------
*** อัปเดทข่าวสาร จิ้งจกทัก7 "ขุดกรุ" จาก BLOG เรื่องสั้นของพระเจ้า และ FACEBOOKจิ้งจกทัก

